#มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง บวชชีเป็นเหตุ? บทเรียนจากการชวนคนแปลกหน้ามาอยู่ด้วย ! คนแห่แชร์เป็นแสน มีแบบสรุปสำหรับคนตามเรื่องไม่ทัน

โพสต์โดย: admin | เมื่อ: 2017-3-3 13:07| เปิดอ่าน: 1639| ความคิดเห็น: 0

#มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง บวชชีเป็นเหตุ? บทเรียนจากการชวนคนแปลกหน้ามาอยู่ด้วย ! คนแห่แชร์เป็นแสน มีแบบสรุปสำหรับคนตามเรื่องไม่ทัน

560000002260103.JPEG
560000002260101.JPEG

สาวเผยประสบการณ์สุดสยองจากคนเป็น ๆ #มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เพื่อนชวนคนแปลกหน้ามาอยู่ด้วย กับวีรกรรมสุดช็อก คล้ายโรคจิต


          ถือเป็นเรื่องราวชวนขนลุกที่แชร์กันว่อนโซเชียลในขณะนี้ (2 มีนาคม 2560) หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความจั่วหัวว่า #มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง โดยเป็นเรื่องราวของเพื่อนของเจ้าของโพสต์ ที่ได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่ง และตกปากรับคำพาคนแปลกหน้าที่รู้จักกันระหว่างอยู่ที่วัด มาอยู่ด้วยกันที่คอนโด

          โดยหลังจากที่เพื่อนพาคนแปลกหน้ามาอยู่ที่คอนโดด้วยแล้ว ก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ทั้งการพยายามทำร้ายร่างกาย, ขอเงิน, ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว, วางตัวเป็นเจ้าของห้อง ฯลฯ ซึ่งเจ้าของกระทู้ระบุว่า หญิงคนแปลกหน้าดังกล่าว มีลักษณะเหมือนมิจฉาชีพที่มีคุณไสยมนต์ดำ

           อย่างไรก็ตามหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวมีคนตามอ่านร่วม 1 หมื่นครั้ง เฟซบุ๊ก ของเจ้าของเรื่องก็ถูกปิดลง ร่วมทั้งเฟซบุ๊กของเพื่อนสนิทก็ถูกปิดหมดทุกคน ซึ่งเฟซบุ๊กของเจ้าของโพสต์ต้องทำการเปลี่ยนชื่อใหม่จึงจะเข้าได้

เรื่องราว น.ส เอ (นามสมมติ) ได้พบกับเพื่อนที่ไปบวชชีด้วยกัน และเพื่อนคนนั้นได้ขอมานอนที่คอนโดของตนด้วย แต่พออยู่กันได้สักพัก เอ เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงต้องการให้เพื่อนที่มาอยู่นั้นออกจากคอนโด โดยให้เพื่อนที่ชื่ออาร์มาช่วย แต่ไม่สำเร็จ โดยหญิงคนดังกล่าวได้แสดงพฤติกรรมประหลาด จนกลายเป็นเรื่องชวนหลอนออกมา
      
       เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chi Tha Char แชร์เรื่องราวประสบการณ์ที่เจอผ่านยังเฟซบุ๊กของตนเอง ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวบางส่วนนั้นได้เขียนให้คนได้อ่านในกระทู้ Pantip แล้ว เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยเรื่องราวจากที่อ่านทั้งหมดมีดังนี้ คือ คนที่ชื่อ เอ (นามสมมติ) อาร์ และกิ๊ก เป็นตัวละครที่ดำเนินเหตุการณ์ โดยเอนั้นได้ไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดมเหยงค์ จ.อยุธยา และได้ไปเจอกับผู้หญิงหนึ่งคน แต่ที่จริงแล้ว อาร์จะต้องไปด้วย เพราะได้นัดกันเอาไว้แล้ว แต่เกิดติดงานจึงไปไม่ได้ และทำให้เอต้องไปคนเดียว พอเอไปถึงที่วัด เอก็ได้ไปเจอกับคนชื่อกิ๊ก ซึ่งตอนแรกนั้นที่รู้จักกันก็ดูไม่มีอะไร คุยกันปกติ จนวันสุดท้ายของการบวชชี เพื่อนของเอที่รู้จักขณะบวชชี หรือ กิ๊ก ก็ได้ขอเอมานอนที่คอนโดด้วย ซึ่งเอก็ให้มานอนหลังจากนั้น เอเริ่มมีความรู้สึกแปลกกับกิ๊ก หรือเพื่อนที่รู้จักตอนบวชชีด้วยกัน จึงได้ทำการโทร.หาอาร์เพื่อขอความช่วยเหลือ

560000002260102.JPEG
      
       โดยอาร์ได้เล่าให้ฟังว่า หลังจากนั้น วันที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 22.30 น. เอก็ได้ไลน์มาหาและเล่าเรื่องของเพื่อนอีกคนให้ฟัง ซึ่งได้เล่าว่า เอได้ให้พี่ที่รู้จักกัน ที่เคยเจอกันตอนบวชชีมาอยู่ที่ห้องกับตนเองแต่อยู่ไปได้ระยะหนึ่งรู้สึกแปลกๆ ไม่ปลอดภัย และต้องการให้พี่ผู้หญิงคนนี้ออกไป แต่ไม่รู้จะใช้วิธีไหน จึงต้องการให้อาร์มาช่วยด้วย โดยให้อาร์มานอนที่ห้องของเอ และให้อาร์เป็นคนพูดให้ อาร์ได้ตัดสินใจช่วย จึงรีบมาที่คอนโดของเอตอน 4 ทุ่มกว่า และพบกับเพื่อนใหม่ของเอ หรือ กิ๊ก ก็ทักทายกันปกติ หลังจากนั้น อาร์ก็เข้าห้องน้ำไป เอได้ไลน์คุยกับอาร์ ว่า ให้อาร์สร้างเรื่องขึ้นว่าต้องขอมานอนค้างด้วย เพราะมีปัญหากับที่บ้าน เอและอาร์ก็ตกลงตามนั้น พออาร์ออกมาจากห้องน้ำก้ได้พูดกับเอว่า วันนี้อาร์ขอมานอนค้างด้วยนะ เอถามว่ามานอนกี่วัน “อาร์ก็พูดกลับว่า กี่วันก็ได้ปะ ปกติก็มานอนออกจะบ่อย” เพื่อให้คนชื่อกิ๊กได้ยิน หลังจากนั้น เอก็พูดว่า อาร์ต้องนอนบนโซฟานะ เพราะเอกับพี่นอนบนเตียง หลังจากนั้น อาร์ก็ได้ถามพี่เค้าว่าแล้วพี่จะกลับบ้านเมื่อไหร่ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ได้ตอบกลับมาว่า แล้วจะทำไมล่ะ (ด้วยน้ำเสียงที่ดุ) อาร์ก็เริ่มงงว่าทำไมต้องแสดงน้ำเสียงแบบนั้น อาร์จึงได้ตอบกลับไปว่าบ้านไม่มีให้กลับหรอคะ และกิ๊กได้ตอบกลับไปว่า “แล้วทำไมนี่ห้องพี่” ซึ่งก็ทำให้อาร์เริ่มงงเป็นอย่างมาก อาร์ก็ได้บอกว่า “นี้ห้องเพื่อนหนู” ต่อจากนั้น เค้าก็เริ่มด่าและขึ้นเสียงกูมึง ซึ่งอาร์ก็ได้สวนกลับตามที่กิ๊กด่ากลับมาทุกคำ จนกิ๊กบอกให้เอนั้นเรียก รปภ. มาเลยบอกว่ามีคนบุกรุก
      
       จากการที่อาร์และกิ๊กเถียงกันอยู่ เอ ที่เป็นเจ้าของห้อง เริ่มมีอาการกลัวและตัวสั่นมากขึ้น รอบแรกกิ๊กได้เข้าไปห้องครัว เพื่อไปหามีดแต่ไม่เจอ และไล่ให้อาร์ออกจากห้องของเอตลอด ซึ่งตอนนั้นก็ยังคงเถียงกันอยู่ จนรอบที่สองกิ๊กไปห้องครัวอีกรอบ อาร์ก็ได้เดินตามไป กิ๊กได้หยิบมีดเล่มยาวปลายแหลมออกมา เมื่ออาร์เห็นอาร์ถอยหลังมาหนึ่งก้าว ซึ่งตอนนั้นอาร์บอกว่าเขามีสติและรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร เอพอเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ จึงบอกให้อาร์กลับไปก่อน ซึ่งอาร์ก็เดินออกพร้อมเอ ในขณะที่กิ๊ก หรือพี่ที่เอนั้นอนุญาตให้มานอนคอนโดได้ ไล่อาร์ออกไปจากห้อง
      
       หลังจากที่อาร์เดินออกมาอยู่หน้าห้อง กิ๊กนั้นไม่โผล่ตัวเองออกมานอนห้องเลย เพราะไม่อยากให้กล้องวงจรปิดนั้นจับภาพได้ ขณะนั้น กิ๊ก ได้กล่าวว่า “วันนี้กูจะไม่ทำอะไรมึง ปกติกูเป็นไม่ยอมใครชี้หน้าด่ากูฉอดๆ หรอกนะ (พร้อมกับชี้ปลายมีดมาที่อาร์)” ซึ่งอาร์ยังบอกอีกว่าอารมณ์ตอนนั้นคืองงมาก และอีกอย่างพี่คนนี้ก็ไม่ใช่เจ้าของห้องเลย ซึ่งคนปกติเค้าทำกันแบบนี้หรือ
      
560000002260104.JPEG

       หลังจากที่เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นก็ได้มีการแจ้งความเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจากขอมูลที่เขียนลง พันทิปอ้างว่า
       “ทุกคนพาเอไปแจ้งความบันทึกประจำวัน แล้วไปที่คอนโดให้สายตรวจลงตรวจสอบพื้นที่ พอไปถึงคอนโด ทางนิติก็แจ้งว่าผู้หญิงคนนั้นพึ่งออกไปเมื่อประมาณ 10 นาทีที่แล้ว ก่อนหน้านั้น ผู้หญิงคนนั้นก็โทร.หาเอตลอด แต่เอไม่รับ มันคงไหวตัวทัน เสร็จแล้วก็ขึ้นไปตรวจสอบบนห้อง ไม่มีอะไรเสียหาย แต่มันเอาเสื้อผ้าเอไปด้วย”
      
       “ทางนิติแจ้งว่า ผู้หญิงคนนั้นมาขอข้อมูลติดต่อเจ้าของห้อง (คอนโดเอเช่าอยู่) เพื่อจะแจ้งว่าเมื่อคืนห้องเอเกิดเสียงดังก่อกวนห้องตัวเองที่อยู่ข้างๆ (คิดว่าไง ?) แต่ทางนิติไม่ให้ เพราะว่าแม่บีได้โทร.มาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังก่อนหน้านี้แล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็พยายามจะขอให้ได้ จนผู้จัดการต้องมาพูดเองว่า ให้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ พนักงานทั้งห้องนิติเล่าให้ฟังและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตาเค้าแข็ง น่ากลัวมาก”
      
       “พอผู้หญิงคนนั้นขอข้อมูลกับทางนิติไม่สำเร็จ เลยมาที่ รปภ. เพื่อจะขอเลขทะเบียนรถเอ แต่ รปภ. เนื่องจากได้รับแจ้งเรื่องจากทางนิติไปแล้วก่อนหน้านี้ เลยไม่ได้ให้ไป และก็พูดให้ฟังอีกว่า”
       “รปภ. : ตาเค้าขวางมากเลย พี่คุยด้วยยังขนลุกเลยเนี่ย ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ข้อมูลตามที่ตัวเองต้องการไป ก็น่าจะโมโห แล้วโทร.กลับมาขู่เอว่า อย่านึกว่ากูจะยอม กูไม่จบแค่นี้แน่”
       “แม่บี บี และทางนิติเข้าไปในห้องกล้องวงจรเพื่อเปิดกล้องวงจรปิดทุกตัวย้อนดู เพื่อที่จะแคปหน้าผู้หญิงคนนั้นประกาศให้พนักงานทุกคนรู้ว่าเป็นบุคคลอันตราย เฝ้าระวัง ห้ามเข้าเขตพื้นที่คอนโด สิ่งที่น่าแปลกใจ คือ ผู้หญิงคนนั้นเดินหลบมุมกล้องได้ทุกตัว กล้องหน้าคอนโด ทางเดิน ลานจอดรถ แม้กระทั่งกล้องในลิฟต์ จับหน้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เลย ทางนิติเลยต้องเอารูปจากเราที่มีอยู่รูปเดียวไปประกาศแทน”

สรุปเป็นภาพ

om6rrw9y313W9zJUYLv-o.jpg

om6rs89yj5zoVLIOAkf-o.jpg

om6rso9n60etKlTFVg4-o.jpg

om6rszae5tIsjI52N9L-o.jpg

ภาพจาก สมาชิกพันทิพย์ katandeye


ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้