ทำไมกินยา ห้ามดื่มเหล้า...!

โพสต์โดย: admin | เมื่อ: 2011-1-26 10:59| เปิดอ่าน: 7569| ความคิดเห็น: 0




     เป็นคำห้ามที่ใคร ๆ เขาก็ว่ากัน แต่อยากรู้ไหมว่า...ทำไมล่ะ...?   

       เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณสมบัติของเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์เป็นสำคัญ เริ่มกันตั้งแต่ไหลเข้าสู่ปากกันเลย ส่วนหนึ่งจะถูกดูดซึมผ่านทางเยื่อบุปากและหลอดอาหาร อีกส่วนหนึ่งจะถูกเผาผลาญไปพร้อม ๆ กับอาหารในกระเพาะ

      แต่ที่เหลือที่เป็นส่วนใหญ่นี่สิ จะพุ่งผ่านไปถึงลำไส้เล็กอันเป็นจุดที่ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแส เลือดได้อย่างรวดเร็ว

      แต่จะเร็วขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่ว่า ในเวลาดื่มนั้น กระเพาะอาหาร...ว่าง...ขนาดไหน

      ถ้ามีอาหารอยู่ แอลกอฮอล์ก็จะใช้เวลาเข้าสู่กระแสเลือด 1-6 ชั่วโมง แต่ถ้าท้องว่าง ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยละก็ ครึ่ง - 2 ชั่วโมง ก็จะเข้าไปปะปนในกระแสเลือดแล้ว

      โดยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะเข้าไปขยายหลอดเลือด กระตุ้นกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขณะเดียวกันก็เร่งการดูดซึม ทั้งยังมีต่อระบบประสาท และยังเข้าไปยับยั้งกระบวนการทำลายฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ของตับอีกด้วย



      ฤทธิ์ทั้งหมดที่ว่ามานี้ อัมภัสชนม์ ศุขคุณ เภสัชกร ในหัวเฉียวจุลสารบอกไว้ว่า ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการกินยาทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนเหล่านี้

      เริ่มจากเบาะ ๆ "แฮงก์โอเวอร์" เพราะผ่านปาร์ตี้ดึก ดื่ม (เหล้า) มาก นอนน้อย คนกลุ่มนี้ห้ามกินยาแก้ปวด ที่มีฤทธิ์เป็น "กรด" อย่าง "แอสไพริน" เป็นอันขาด เพราะอาจทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร

    ผู้ที่ "ความดันสูง" หรือ "หลอดเลือดหัวใจตีบ" จนต้องรับประทานยาขยายหลอดเลือดเป็นประจำ ขอบอกว่า ต้องห้ามดื่มเหล้าเป็นอันขาด เพราะเหล้าจะไปเร่งให้หลอดเลือดขยายตัวมากเกินไปจนอาจทำให้ความดันลดต่ำเร็ว เกินไปจนอาจทำให้เกิดอาการมึน เป็นลม หมดสติ

    ผู้ที่ใช้ "ยาฆ่าเชื้อ" หากกินร่วมกับแอลกอฮอล์เข้าไป อาจทำให้เมามากกว่าปกติ มีอาการใจสั่นเต้นเร็วกว่าปกติและอาจทำให้เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน

    ผู้ที่ทาน "ยาถ่ายพยาธิ" บางชนิด ห้ามดื่มก่อนหรือหลัง 24 ชั่วโมง เพราะเหล้าจะเข้าไปช่วยทำให้ยาดูดซึมดีมากเกินไปขณะที่ต้องการให้มีอาการดูด ซึมให้น้อยที่สุด เพราะจะได้ไม่ทำให้เลือดเข้มข้นสูงเกินไป และอาจทำให้มีอาการปวดหัว มึนงง เป็นผลข้างเคียง

    ผู้ที่เป็น "เบาหวาน" และผู้ที่ "กินยาลดน้ำตาล" เป็นประจำ เคสนี้ก็อันตราย เพราะเหล้าจะมีผลต่อกระบวนการทำลายแอลกอฮอล์ของตับ ยับยั้งการสร้างกลูโคส จึงอาจทำให้มีอาการหน้ามืดใจสั่น จนอาจหมดสติได้ เพราะน้ำตาลในเลือดลดต่ำเกินไป และยังทำให้เกิดการสะสมของกรดแลกติกมากขึ้น ทำให้เกิดอาการเมา หน้าแดง ใจสั่น ใจเต้นเร็ว ปวดหัว และอาจมีอาการเพลีย เวียนหัวคลื่นไส้ อาเจียน หรือบางคนอาจมีอาการง่วง มึน ซึมมากยิ่งขึ้นได้

    แต่ที่ร้ายที่สุดดูเหมือนจะเป็นการ ที่กินเหล้าร่วมกับ "ยาระงับประสาท" ที่ยิ่งกินนานเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งสร้างภูมิต้านทาน ดื้อยามากขึ้น

    จนอาจเกิดอันตรายได้ เช่นเดียวกับผู้ที่กินเหล้ากับยานอนหลับ ยาสงบประสาท ขอบอกว่า ทั้งสองจะไปช่วยกันเสริมฤทธิ์ไปช่วยกัน กดประสาทส่วนกลาง ผลก็คือ อาจ "ตาย" ได้แบบไม่รู้ตัว


       เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก่อนจะดื่มจะดริงก์อะไรควรใส่ใจตัวเองสักนิด เพราะความบันเทิงเพียงชั่วขณะอาจส่งผลถึงชีวิตและสุขภาพก็ได้...ใครจะ รู้...!!






www.bbberry.net

ที่มา ... healthcorners.com

26_20100526150331_.jpg


ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้